พฤษภาคม 2498

ทางวิทยาลัยวิชาการศึกษาได้ประกาศรับสมัครนิสิตใหม่ ซึ่งจะไปศึกษาต่อที่วิทยาเขตใหม่คือวิทยาเขตบางแสน

ซึ่งจากการสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์นั้นได้นิสิตทั้งหมด 41 คน ซึ่งเป็นนิสิตชายทั้งหมด

เหล่านิสิตใหม่บางคนที่ไม่เคยเห็นทะเลมาก่อนก็แสดงท่าทางตื่นเต้นดีใจ แต่หารู้ไม่ว่า มีภาระที่รออยู่ข้างหน้า

ทั้งนี้ ที่วิทยาเขตบางแสนนั้นยังไม่ด้มีพิธีวางศิลาฤกษ์แต่อย่างใด

ซึ้งเท่ากับว่าตอนนี้ ที่นี่ไม่มีอะไรเลย ทั้งอาคารเรียน หอพัก โรงอาหาร น้ำ ไฟฟ้า แม้กระทั่งถนน

ภาระหนักจึงตกไปอยู่กับ ดร.ธำรงและคณะ ซึ่งมีอาจารย์ทั้งหมด 7 คน

ภารกิจครั้งนี้ ดร.พิทักษ์ย่อมมีส่วนร่วมด้วย ทุกคนได้ร่วมมือร่วมใจกันสร้างที่พักและอาคารเรียนชั่วคราว

ด้วยสิ่งที่หาได้จากบริเวณนั้น น้ำบาดาลต้องขุดหากันเอง ดร.ธำรงในฐานะหัวหน้าทีมงาน

และอีกตำแหน่งคือ รองอธิการประจำวิทยาเขต ต้องทำทุกอย่าง ไม่เว้นแม้กระทั่งอาจารย์ทั้ง 6 คน

ในที่นี่รวมดร.พิทักษ์ด้วย ชีวิตความยากลำบากแร้นแค้นที่บางแสนนั้น ไม่ต่างจากการที่ถูกปล่อยมาอยู่ในป่า

บางคนเริ่มท้อ และจะขอลาออก แต่ ดร.ธำรงได้พูดในที่ประชุมอาจารย์และนิสิตว่า

"ในเมื่อเรามาอยู่ร่วมกันแล้ว เราก็ช่วยกันต่อไป อย่าท้อถอย นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น"

ชีวิตที่วิทยาเขตบางแสนนั้นลำบาก แต่ถึงยังไง ก็ทำให้อาจารย์หนุ่มคนนี้มีความสุขมากขึ้น

เพราะว่าเขานั้นสามารถพบสาวที่เขารักได้บ่อยครั้งมากยิ่งขึ้น ทำให้เขาลืมความลำบากลงได้บ้าง

วันหนึ่ง อาจารย์หนุ่มได้เดินทางผ่านไปยังโรงเรียนพิบูลบำเพ็ญ ซึ่งเป็นทางเดียวที่ใกล้ที่สุดเพื่อไปบ้านพัก

ของรองอธิการ ซึ่งอยู่บริเวณใกล้กับหาดวอนนภา ซึ่งเขารีบปั่นจักรยานไป

แต่ทันใดนั้นเขาก็ชนกับจักรยานอีกคันที่สวนมา ด๊อกเตอร์หนุ่มรีบลงไปดูเอ่ยขึ้นว่า

"ขอโทษครับ คุณเป็นอะไรมากรึเปล่าครับ" ซักพักมีบางสิ่งทำให้ด๊อกเตอร์หนุ่มคนนี้ถึงกับนิ่ง

"ไม่เป็นไรมากค่ะ ดิฉันซุ่มซามเอง พอดีต้องรีบเดินทางกลับน่ะค่ะ" เสียงผู้หญิงได้ตอบขึ้นมา

แต่ทางด๊อกเตอร์หนุ่มนั้นกลับนิ่ง ไม่มีการตอบสนองใดๆ เพราะว่าเขา ได้เจอกับอาจารย์สาวคนนั้นอีกรอบ

ทุกสิ่งทุกอย่างในหัวของด๊อกเตอร์หนุ่มคนนี้ ไม่มีอะไรแล้ว ถึงแม้ผู้หญิงจะถามยังไงเขาก้ไม่มีการตอบรับใดๆเลย

เขารอมานานมากเพื่อที่จะพบกับผู้หญิง ที่เขารอมาเป็นเวลานาน ในที่สุดเขาก็ได้พบเจอเธอ

เมื่อด๊อกเตอร์ได้สติกลับมา ก็ตอบกลับไปว่า "เอ่อ ไม่เป็นไรครับ คือผมต้องไปก่อนแล้ว"

อาการของเขาลนลาน ทำอะไรไม่ถูก ทางอาจารย์สาวก็ได้อมยิ้มที่มุมปาก

ด๊อกเตอร์หนุ่มรีบปั่นจักรยายไปที่บ้านพักด้วยความเขินอาย โดยที่ไม่กล้ากลับมาเหลียวดูอีกครั้ง

เมื่อไปถึง เขาถูกรองอธิการว่า แต่เมื่ออธิบายเหตุผล ทางรองอธิการก็เข้าใจดี

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

วิทยาลัยบางแสน เดิมเป็นสถานศึกษาสังกัดกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

ซึ่งปัจจุบันวิทยาลัยบางแสนนั้นได้ยุบรวมกับวิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสนแล้ว

ปัจจุบันยังคงมีหลักฐานหลงเหลืออยู่ คือ หอพักนิสิตชาย 16 และ 17

และอาคารอนุรักษ์ ของคณะพยาบาลศาสตร์

โรงเรียนพิบูลบำเพ็ญ ปัจจุบันคือโรงเรียนสาธิต "พิบูลบำเพ็ญ" มหาวิทยาลัยบูรพา

เดิมคือโรงเรียนประชาบาลตำบลหนองมน ต่อมาได้เปลี่ยนแปลงชื่อเป็นแสนสุขตามการเปลี่ยนชื่อตำบล

ต่อมาได้โอนกิจการของโรงเรียนให้ทางวิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสนดูแลในปี2499

รายละเอียดเพิ่มเติมhttp://www.st.buu.ac.th/new/index.php?option=com_content&task=view&id=31&Itemid=50 เว็บไซต์ของโรงเรียนสาธิตฯ

เรือนรับรองเขาสามมุข ได้สร้างขึ้นในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ในปี 2488

เพื่อใช้เป็นที่รับรองบุคคลสำคัญ แขกของรัฐบาล อาคันตุกะจากต่างประเทศ และใช้ประชุมคณะรัฐมนตรี

ปัจจุบันกองทัพบก ดูแลรับผิดชอบบริเวณบ้านพักหลังนี้

ม.ล.ปิ่น มาลากุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้ที่มีแนวคิดที่สำคัญต่อการศึกษาไทย

http://th.wikipedia.org/wiki/ปิ่น_มาลากุล  ประวัติของ ม.ล.ปิ่น มาลากุล

พลเอกมังกร พรหมโยธี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม

ศ.ดร.สาโรช บัวศรี อดีตอธิการวิทยาลัยวิชาการศึกษา อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ อดีตราชบัณฑิต

ศ.ดร.ธำรง บัวศรี ผู้บริหารมหาวิทยาลัยบูรพาคนแรก (ในสมัย วศ. บางแสน)

หลังจากการประชุมเสร็จสิ้น ในเดือนเมษายน 2498 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ได้เดินทางไปยังบางแสน พร้อมกับปลัดกระทรวงฯ ดร.สาโรช ดร.ธำรง และคณะที่ติดตาม

โดยที่ทั้งหมดได้พำนักภายในเรือนรับรองเขาสามมุข ซึ่งสร้างโดยจอมพล ป. พิบูลสงคราม

ในปี 2488 เมื่อทั้งหมดเดินทางมาถึง ได้พูดคุยกันในห้องรับแขกภายในบ้าน

เพื่อวางแผนหาสถานที่ในการตั้งวิทยาเขตแห่งใหม่ของวิทยาลัยวิชาการศึกษา

และเมื่อทุกคนพร้อม รถคาดิแลคสีดำ ได้เคลื่อนที่ไปยังสู่พื้นที่ที่จะทำการตั้งสถานศึกษาแห่งใหม่

เมื่อเดินทางไปถึงบริเวณป่ามะพร้าวที่ร้าง ซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์เลื้อยคลาน ไม้หนาม

ดร.ธำรงได้คิดภายในใจว่า "นี่หรือ คือสถานที่ที่เราจะต้องมาสร้างสถานศึกษาแห่งใหม่"

นี่คือภารกิจที่เหล่าคณะทำงาน ซึ่งจะต้องมาแผ้วถางป่าแห่งนี้ ซึ่งไม่รู้ว่า จะพบเจอกับสิ่งใด

จากนั้นทางคณะได้เดินทางไปยังวิทยาลัยบางแสน ซึ่งพบกับอาจารย์ใหญ่ซึ่งประจำอยู่

ทางรัฐมนตรีได้เข้าไปพบซักครู่หนึ่ง ต่อมาคณะก็ได้เดินทางไปสู่โรงเรียนพิบูลบำเพ็ญ

ซึ่งบรรยากาศตอนนั้นเป็นช่วงเลิกเรียนพอดี เด็กๆทะยอยกันกลับบ้านแล้ว ยังมีอาจารย์บางส่วน

ที่ยังคงอยู่ภายในโรงเรียน ดร.พิทักษ์ได้พบกับอาจารย์สาวคนหนึ่ง

ระหว่างที่รัฐมนตรีไปพบกับครูใหญ่ของโรงเรียน สิ่งแรกที่เห็นด๊อกเตอร์หนุ่มคนนี้รู้สึกได้คือ

"ผู้หญิงคนนี้ ดูงดงามมาก ไม่เคยพบเห็นผู้หญิงคนไหนที่ดู สวยขนาดนี้มาก่อนเลย"

ด๊อกเตอร์หนุ่มคนนี้ได้เก็บภาพนี้ไว้ โดยที่ไม่มีโอกาสได้พูดคุย เนื่องจากต้องรีบเดินทางกลับบ้านพักรับรอง

ก่อนที่จะมืดค่ำลง ภาพนี้สร้างความประทับใจให้กับด๊อกเตอร์หนุ่มคนนี้ จนลืมภารกิจที่ตนเองต้องทำต่อไป

(โปรดติดตามตอนต่อไป)